| อันการไล่หมากรุกสนุกนึก |
ล้วนลับลึกเลศไนยใช่พาเหียร |
| ควรใฝ่ฝึกตรึกตรองจองจำเนียร |
แม้นแผกเพี้ยนผันผิดพึงคิดระแวง |
| จงยลแยบแบบแผนให้แม่นมั่น |
ตามที่กลั่นไว้เปนกลอนสุนทรแถลง |
| บัญญัติอย่างอ้างกลยุบลแสดง |
เพื่อให้แจ้งเจนตระหนักประจักษ์ใจ |
| โดยวิธีที่จะเดินประเมินมาก |
มีหลากหลากล้วนเล่ห์สุขุมไข |
| พึงเพียรพิศคิดคเนคนึงใน |
นิยมไว้หวังวางเปนอย่างยล |
| กำหนดทีหนีไล่ไว้ประจักษ์ |
อย่าชะงักงงง่วงเหงาฉงน |
| รุกรบรับอัปราแลตาจน |
ควรคิดค้นให้กระจ่างอย่าคลางแคลง |
| เรือสองลำกำหนดกฎเกณฑ์นับ |
บทบังคับตามพิกัดบัญญัติแถลง |
| เพียงคำรบครบแปดแต้มแสดง |
อย่าพึงแหนงพ้นนี้ไม่มีจน |
| แม้ว่าเรือลำเดียวเกี่ยวกวดขัน |
จะไล่นั้นได้เพียงสิบหกหน |
| อีกโคนคู่ดูระบอบให้ชอบกล |
ยี่สิบสองไม่จนอย่าบุกบัน |
| แม้โคนเดียวเดี่ยวโดดโสดพิเศษ |
นับสังเกตสี่สิบสี่เป็นที่ขั้น |
| อีกสองม้าไล่โลดโดดประชัน |
พึงแม่นมั่นนับสามสิบสองผจง |
| แม้ม้าเดียวเปลี่ยวปละไม่ละลด |
นับกำหนดหกสิบสี่ที่ประสงค์ |
| อีกเบี้ยหงายหลายหลากมากน้อยคง |
แจ้งจำนงนับเท่าตากระดาน |
| แม้หมากไล่ไล่ไม่จนพ้นพิกัด |
ตามบัญญัติเกณฑ์นับตำหรับขาน |
| เสมือนเสมออย่าไล่ให้ป่วยการ |
ยังหลายสถานที่กำหนดในบทบรรพ์ |
| อนึ่งหมากหนีมีเบี้ยเขี่ยเขี้ยวขับ |
ติดกำกับอยู่กับขุนไม่ห่างหัน |
| ข้างหมากไล่ไล่รุกเข้าโรมรัน |
สามเบี้ยกั้นสังกัดสังเกตจำ |
| หมากไล่สามหนีหนึ่งคำนึงนับ |
ตามบังคับหกสิบสี่เปนที่ขำ |
| โดยกำหนดบทระเบียบเทียบประจำ |
ถ้าเกินกำหนดกล่าวเสมอกัน |
| อีกหมากไล่หมากหนีดีทั้งคู่ |
มีเรืออยู่คนละลำปล้ำขับขัน |
| ข้างหมากไล่ได้เบี้ยช่วยบังกัน |
ไขว้ผูกพันธ์เบื้องหลังพอบังสกนธ์ |
| หมากรูปนี้มักจะมีอยู่บ่อยบ่อย |
จงคิดคอยดูอย่าเฟือนเลือนฉงน |
| ทั้งเบี้ยเทียมเทียบถูกผูกจำนน |
นิยมยลหกสิบสี่ที่สัญญา |
| แม้ไม่จนพ้นคำณวนคำนึงเสมอ |
ก็เสมอเหมือนตำหรับตำราว่า |
| อย่าเลินเล่อเผลอพล้ำให้พลั้งตา |
จงไตรตราตรึกตริดำริห์ตรอง |
| อีกชื่อมีขี้ชัดถนัดแน่ |
เรียกกลหอกข้างแคร่สำเนาสนอง |
| มีเบี้ยเดียวเลี้ยวลดบทละบอง |
ยกย้ายย่องแอบขุนจุนประจำ |
| พวกหมากไล่ได้ท่าก็ฝ่าแฝง |
โคนทะแยงเยื้องย่างสามขุมขำ |
| ผูกกระชับกับเบี้ยคลอเคลียคลำ |
รวมรุมร่ำรุกรบตลบไป |
| ไล่ไม่จนพ้นพิกัดบัญญัติยก |
เกินเกณฑ์หกสิบสี่สิ้นสงไสย |
| ทั้งสองข้างต่างแต้มไม่ต่ำไกล |
ก็ยอมให้สมเสมอเสมือนกัน |
| อีกจับม้าอุประการประกอบชอบ |
แบบระบอบหมากหนีท่วงทีขัน |
| มีม้ามิ่งวิ่งหลบไม่รบรัน |
ข้างหนึ่งนั้นสองเบี้ยแซกเซียซุน |
| กับโคนหนึ่งขึงท่าโถมสมทบ |
ม้าเลี้ยวหลบหลีกแฉลบเข้าแอบขุน |
| ต่างคุมท่าหาทางจะรุกรุน |
เมียงมุ่งมุ่นมองคมักคเม่นตา |
| มีเกณฑ์ย่างอย่างกำหนดหกสิบสี่ |
แม้หมากหนีหนีไม่พ้นก็จนท่า |
| ตามพิกัดจัดไว้ในตำรา |
พึงวิจาระณะจงให้เจนใจ |
| อีกกลลูกติดแม่แน่กำหนด |
โดยแบบบทเบื้องบรรพ์ธิบายไข |
| ข้างหมากหนีมีเรือเฝือแฝงไป |
กับเบี้ยหงายวางไว้จังหวะกัน |
| ข้างหมากไล่ได้โคนกับเบี้ยหงาย |
แลเรือรายรุกเรียงเคียงกระสัน |
| ไล่ไม่จนพ้นหกสิบสี่พลัน |
เพราะโคนกันขุนกุมคุมเชิงชน |
| หณุมานอาสาท่านว่าไว้ |
ข้างหมากไล่เรือกับม้าอย่าฉงน |
| อีกเบี้ยหงายรายคุมโคนระคน |
ม้าผจญโจมบุกเข้ารุกรัน |
| ข้างหมากหนีมีเรือคอยรารับ |
โคนกำกับเคียงข้างไม่ห่างหัน |
| ต่างประชิดติดต่อไม่รอกัน |
กำหนดนั้นหกสิบสี่มีอัตรา |
| ควายสู้เสือเหลือลำบากพวกหมากหนี |
คือโคนมีอยู่กับเบี้ยไม่เสียท่า |
| คอยป้องปิดติดแว้งทะแยงตา |
เข้ารับหน้ากันรุกทุกกระบวน |
| ข้างหมากไล่ได้เรือไว้กับเม็ด |
คอยลอดเล็ดล้อมเลี้ยวตลบหวน |
| มีเกณฑ์กฎบทบังคับนับจำนวน |
ไม่จนถ้วนหกสิบสี่เสมอกัน |
| อีกอู่ทองหนีห่าน่าสลด |
กำหนดบทหมากไล่ไม่ผิดผัน |
| มีโคนหนึ่งเบี้ยสามพองามกัน |
เข้าโรมรันโอบอ้อมเที่ยวล้อมราย |
| ข้างหมากหนีมีเรือลำเดียวเดี่ยว |
เข้าเกี้ยวเกี่ยวรุกกระชั้นเหมาะมั่นหมาย |
| ไม่จนแต้มจนตาตามธิบาย |
กำหนดหมายหกสิบสี่เสมอตัว |
| พรานไล่เนื้อหมากไล่ไม่เข็ดขาม |
มีเบี้ยสามม้าเดี่ยวขับเขี้ยวขั้ว |
| ข้างหมากหนีเรือหนึ่งจำเพาะตัว |
พวกไล่พัวพันสกดสกัดทาง |
| ไม่จนจบครบหกสิบสี่ท่า |
ก็ต่างรากันเองทั้งสองข้าง |
| จงจำจดบทระยะจังหวะวาง |
อย่าหลงทางลืมทิ้งทำเลกล |
| นกกระจาบทำรังข้างหมากหนี |
นั้นเบี้ยมีอยู่กับม้าท่าสับสน |
| ข้างหมากไล่ได้เรือเจือระคน |
เข้าปะปนเบี้ยหงายรายระดม |
| เรือกับม้าท่าทีก็พอสู้ |
ตำราครูกล่าวไว้ให้เห็นสม |
| หกสิบสี่หนีได้โดยนิยม |
เข้าเกลือกกลมแอบเบี้ยไม่เสียที |
| ถ้าเบี้ยผูกถูกกันท่านให้ต่อ |
เอาเบี้ยล่อรอรับขับให้หนี |
| ข้างหมากไล่ก็จะเหลิงในเชิงที |
ถึงแต้มมีก็คงหมดกำลังลง |
| อีกกลหนึ่งนามคลื่นกระทบฝั่ง |
นิยมหวังอย่าแหนงระแวงหลง |
| ข้างหมากหนีโคนหนึ่งพึงจำนง |
ทะแยงยงเยื้องท่าคอยรารับ |
| หมากไล่มีม้าหนึ่งกับเบี้ยสอง |
เข้าล้อมป้องหลังโคนโผนขยับ |
| ม้าก็รุกคลุกเคล้าเข้าสำทับ |
โคนหลบลับแอบขุนคอยคุมที |
| ทั้งสองข้างต่างแต้มไม่ตกต่ำ |
จบเกณฑ์กำหนดนับหกสิบสี่ |
| เปนเขตรขั้นสัญญาอย่างพอดี |
ก็ต่างมีส่วนสมเสมอกัน |
| หมูหลบหอกกลอกกลิ้งสิ่งสังเกต |
ฝ่ายประเภทหมากหนีวิธีสรร |
| โคนกับเรือเฝือแฝงช่วยแรงกัน |
หมากไล่นั้นเรือคู่จู่ประจำ |
| ขนานเรียงเคียงคู่ขนาบล้อม |
เข้าโอบอ้อมแอบรุกบุกกระหน่ำ |
| ข้างหมากหนีลี้ซุ่มเข้ามุมทำ |
ในทีขำโคนเคียงเรียงประนัง |
| ถึงจะรุกคลุกขลุมตลุมไล่ |
เรือกันไว้มิได้หวั่นถวิลหวัง |
| เรือกับโคนสู้กันขันประดัง |
ตามบทบังคับไว้ในตำรา |
| แม้นครบยกหกสิบสี่มิจนแต้ม |
ในกลแกมเกณฑ์นับตำหรับว่า |
| ทั้งสองข้างต่างเสมอเหมือนสัญญา |
ก็เลิกลาละลดงดกันไป |
| ยังอีกหนึ่งพึงพิศพินิจนึก |
ตริตรองตรึกดูให้สิ้นที่สงไสย |
| มีรูปหมากตั้งให้เห็นเช่นกลไนย |
ได้วางไว้หลายอย่างต่างต่างกัน |
| กำหนดมีทีไล่ให้จนแต้ม |
ประกอบแกมกลกระบวรอย่าหวนหัน |
| โดยวิธีมีเกณฑ์เปนสำคัญ |
เช่นแบบบัญญัตินามตามจำนง |
| สำหรับลองปัญญามาประดิษฐ์ |
ให้ผู้คิดคิดเดินโดยประสงค์ |
| ยังอีกมากพ้นรำพันจะสรรค์ลง |
เชิญท่านจงดูตามแผนนั้นเถิดเอย ฯ |