กลุ่มม้าโยงขวา

ม้าโยงขวาโคนขุนพลคู่

ม้าโยงขวามาตรฐาน

ม้าโยงขวาโคนขุนพล

ม้าโยงขวาโคนนำเม็ด

ม้าโยงขวาบันลือโลก

ม้าโยงขวาบรรเจิดฟ้า

ม้าโยงขวาโคนสุชาติ

ม้าโยงขวานอกแบบ
กลุ่มม้าเทียม

ม้าเทียมมาตรฐาน

ม้าเทียมโคนขุนพล

ม้าเทียมอิทธิฤทธ์

ม้าเทียมโคนขุนพลคู่ หรือกระบองคู่

ม้าเทียมโคนนายผล

ม้าเทียมโคนผสม

ม้าเทียมนอกแบบ

ม้าเทียมบรรเจิดฟ้า

ม้าเทียมเรียงพล

ม้าเทียมonline24
กลุ่มม้ามังกร

ม้ามังกร

ม้ามังกรสลับ

ม้ามังกรสลับซ้ายโคนผูก

ม้ามังกรสลับขวาโคนผูก
กลุ่มม้าโยงซ้าย

ม้าโยงซ้าย โคนผูก

ม้าโยงซ้าย โคนเทียมเม็ด

ม้าโยงซ้ายโคนเทียมโคน
กลุ่มม้าหยดน้ำตา

ม้าอุปการขวา หรือม้าหยดน้ำำ้ตา

ม้าอุปการซ้าย ม้าปีนกำแพง
กลุ่มเรือมเหศวร
ตำแหน่งยุทธศาสตร์

โคนก้าวร้าว - นั่งแท่น - ปูสามเบี้ย



คัดลอกจาก :http://thaichess.net/?p=33


เกิดจากตำแหน่งของม้าทั้งสอง ทั้งนี้เพราะวิถีของม้านับได้ว่าเร็วที่สุด และไกลที่สุดในระยะเปิดเกม ซึ่งเรือจะยังไม่มีบทบาทนักในระยะนี้
จนกว่ากระดานจะเริ่มเปิดโล่ง อาจมีรูปหมากบางรูปที่แหวกตำราออกไป โดยเริ่มต้นที่การเดินซ้อนเรือ อย่างรูปเรือมหศวรของอดีตแชมป์
ประเทศไทย สุรการ วงษ์นิล “โคนสุรการ” ใช้ในการแข่งขันศึกขุนทองคำ แต่ก็ไม่ถือว่าประสบความสำเร็จนัก จึงไม่เป็นที่นิยมครับ
นอกจากตำแหน่งม้าแล้ว องค์ประกอบอื่นที่สำคัญก็คือ ตำแหน่งหมากใหญ่ตัวอื่น อาทิ โคนทั้งซ้าย และขวา, ตำแหน่งเม็ด โดยที่
โครงสร้างเบี้ย ก็จะขึ้นอยู่กับตำแหน่งหมากใหญ่เหล่านี้ และโครงเบี้ยของฝ่ายตรงข้ามประกอบกัน ส่วนตำแหน่งขุน ในหมากรุกยุคปัจจุบันมักจะเคลื่
อนตำแหน่งขุนในขั้นตอนแปรขบวน หรือแม้กระทั่งระยะกลางเกมเสียมากกว่า ซึ่งนำมาจากแนวคิดของสุดยอดแชมป์ประเทศไทยผู้ยิ่งใหญ่
สม บรมสุข “อาจารย์เหงี่ยม” ที่ให้ความสำคัญกับตำแหน่ง และการเดินขุนอย่างยิ่ง

ตำแหน่งโคนขวาที่ใช้ในระยะเปิดเกมในยุคปัจจุบัน ที่มีประสิทธิภาพจะมี

โคนผูกเม็ด หรือโคนตั้ง(ฉ2)
โคนไขว้ใน(จ2)
โคนนำเม็ด(จ3)
โคนนายผล(ฉ3)
ส่วนตำแหน่งโคนซ้าย ซึ่งจะสนับสนุนการแปรขบวนชิงเอาเปรียบฝั่งซ้ายนั้น มีตำแหน่งสำคัญคือ

โคนปกติ(ค2)
โคนสุรการ(ข3)
โคนสุชาติ(ค3)
โคนขุนพล(ง3)
และตำแหน่งเม็ดก็มีความสำคัญไม่ได้ยิ่งหย่อนเลยครับ โดยอาจจำแนกเป็น

เม็ดสูง(จ3)
เม็ดต่ำ(ฉ2)
เม็ดไขว้ใน(ง2)
ซึ่งตำแหน่งของหมากสำคัญเหล่านี้ อาจประกอบขึ้นด้วยสูตรประกอบที่ต่างกันเท่าที่เป็นไปได้ ส่วนกรณีที่เป็นไปไม่ได้
ยกตัวอย่างเช่นโคนนายผล กับม้าโยงขวา ไม่สามารถใช้ด้วยกันได้ เพราะใช้ตำแหน่ง ฉ3 ทั้งคู่ครับ

ในการเลือกใช้รูปเปิดเกม จะต้องคำนึงถึง

เป็นหมากขาว(เดินก่อน) หรือหมากดำ(เดินหลัง)
รูปหมากของฝ่ายตรงข้าม
ในขั้นสูงอาจมีเรื่องของรูปเปิดที่เตรียมไว้ก่อนด้วยก็ได้ โดยส่วนใหญ่หมากขาวจะเป็นหมากบุก เพราะมีโอกาสเดินก่อน แทบทุกรูปจะใช้เป็นฝ่ายขาวได้ทั้งสิ้
น ยกเว้นม้าอุปการขวาที่ไม่ค่อยพบใช้ในการบุก
แต่ที่เน้นบุก ไม่เน้นรับคือม้ามังกร และม้าซ้าย โดยเฉพาะม้าซ้ายนั้น เท่าที่เซียนแหว่งได้กรุณาวิเคราะห์ ถ้าฝ่ายขาวเปิดม้าซ้าย ฝ่ายดำรับด้วยม้าซ้ายก็
จะเสียเปรียบทันที ดังนั้นจึงไม่พบในการแข่งขันที่จะมีฝ่ายดำนำรูปม้ามังกร และม้าซ้ายไปใช้
แต่ทั้งนี้เซียนแหว่งก็ยังคอมเมนท์เพิ่มเติมว่า ถ้ามีการถอดหมาก และใช้การเดินที่แหวกรูปกันมากกว่านี้ เราอาจจะได้ข้อสรุปที่ต่างออกไป และนั่นก็คือพัฒนาการอ ี
กก้าวของหมากรุกไทยครับ
สำหรับรูปตั้งรับที่ดีที่สุด แทบจะไม่มีทางคัดค้านว่า ม้าเทียม รับได้ทุกรูปแม้กระทั่งม้าซ้าย ในขณะที่ถ้าใช้ม้าโยงขวารับม้าซ้าย ก็เสียเปรียบเช่นกัน
ส่วนม้าอุปการซ้ายที่เซียนป่องใช้เป็นไม้ตายในศึกขุนทองคำครั้งที่ 5 นั้น เป็นที่ฮือฮากันไปพักใหญ่ว่าจะเป็นรูปหมากที่ดับรัศมีรูปม้าโยงขวาลงได้เชียวหรือ
แต่ในที่สุดหลังจากผ่านวันเวลา มีการถอดหมากวิเคราะห์กันแล้ว การณ์กลับปรากฏว่า ถ้าทั้งสองฝ่ายรู้รูปหมากแล้ว ม้าโยงขวาก็ยังคงเป็นต่อครับ เพราะเป็นรูปที่
ใช้ประสิทธิภาพของม้าได้ดีกว่านั่นเอง ขอขอบคุณเซียนแหว่งที่ได้กรุณาถ่ายทอดความรู้ในส่วนนี้ให้ และจะตามไปขอคำปรึกษาอีกในโอกาสต่อไปครับ : )”

***********************************************************************

ด้วยรูปแบบการขึ้นหมากทั้งหมดนี้ สิ่งที่เราจะต้องศึกษาต่อไปคือ
1. ลำดับการขึ้นในแต่ละรูป ว่า ขึ้นอย่างจะทำให้เราไม่เสียเปรียบ หรือตายคาที่ตั้งแต่ไก่ยังไม่ทันโห่ หรือถ้าฝ่ายตรงข้ามขึ้นผิดแบบมา จะมีวิธีจัดการอย่างไร
2. จุดไหนที่เซียนทำโซลูชั่นไว้แล้ว เช่น วิธีแก้เบี้ยสูง ฯลฯ (เคยเห็นมีโพสท์ในบอร์ดไทยบีจี ว่างๆ ค่อยเอามาลงให้ดูนะครับ) จะได้แก้ถูกและไม่ตกใจจนเกินเหตุ
3. แต้มแยกที่จะนำไปสู่เกมส์กลางกระดาน เช่น ถ้าคู่ต่อสู้ ทิ่มเบี้ยเข้ามาตานี้ จะรับมืออย่างไรไม่ให้เสียเปรียบ หรือจะนำไปสู่การใช้กลยุทธแบบไหน ที่
น่าจะดีที่สุด

ทีนี้ท่านคงเข้าใจเหตุผลนะครับว่าทำไมเวลาดูเซียนเล่นโหมด 1/2 วิ ช่วงต้นเกมส์ถึงเดินได้เร็วและไม่ผิดกันเลย ก็เพราะว่าเซียนไม่ได้ใช้หลักตรรกะหรือ
การคำนวนในการเดิน(หรือใช้แต่น้อยมาก) แต่ใช้ แพทเทิร์น(ที่มีอยู่ในขมอง) ซึ่งต้องอาศัยความจำ เป็นหลักครับ